Young Bloods Rise! From 3 Commentators to The Six Nations


ผ่านมากันถึงครึ่งทางกันแล้ว สำหรับทัวร์นาเม้นท์เบียร์ดำหรือรักบี้ชิงแชมป์ 6 ชาติของทางฝั่งยุโรปที่ประกอบไปด้วย England, Scotland, Ireland, Wales, France และ Italy ซึ่งสำหรับในปีนี้นั้นก็มีหลายทีมที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก…ถึงมากที่สุดจนน่าตื่นตาตื่นใจ และหลายทีมที่มีพัฒนาการที่น้อยลงมาก…ถึงมากที่สุดจนน่าใจหายผสมปนเปกันอย่างลงตัว พร้อมเพิ่มอรรถรสให้ผู้ชมอย่างเรา ๆ รวมถึงเพิ่มงานให้เหล่าผู้บรรยายและวิเคราะห์ที่เราได้ฟังพวกเขาพากย์กันสด ๆ แบบสุดมันส์กันทุกสัปดาห์ที่มีการแข่งขันอีกด้วย โดยเมื่อมาถึงรอบที่สี่ของการแข่งขันนี้ เราเลยมาพูดคุยกับผู้บรรยายทั้ง 3 ท่านอย่าง "คุณนครา นาครทรรพ", "คุณกฤศ ปุษปาคม" และ "คุณกันต์ ดิษฐาน" มาวิเคราะห์กันสักหน่อยว่า Guinness Six Nations 2021 นี้ ทีมใดจะรุ่ง ทีมใดจะร่วง!


ENGLAND


คุณนครา: ถึงแม้ว่าปีนี้ Covid ทำให้ปัจจัยหลายอย่างต่างจากปีก่อน ๆ ทั้งปัญหาเรื่องความฟิต, การจัดการทีมและการเลือกตัวผู้เล่น แต่โดยรวม England แทบไม่มีอะไรเปลี่ยน ตัวผู้เล่นก็ส่วนใหญ่หน้าเดิม เพิ่มเติมคือความกระหายในการเล่นน้อยลงและการขาดวินัยการเล่นมีมากขึ้นเสียลูกโทษบ่อย ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นเพราะ Leadership ของ Field Captain อย่าง Owen Farrell ไม่มี maturity ที่จะควบคุมเกมในสนาม สถานการณ์เดียวกันที่ Captain ทีมอื่นเค้าจะไม่ Approach Referee ด้วยท่าทีกร้าวร้าวแบบ Soccer แต่กับ Owen Farrell เราจะเห็นอาการได้ในบ่อยครั้ง


คุณกฤศ: มองว่าหลังจากเข้าชิง Rugby World Cup เมื่อปี 2019 ทีมก็ดูจะตก ๆ ลง ผู้เล่นใหม่ ๆ ที่ขึ้นมายังไม่ค่อยเยอะหรือบางคนก็โดนตัดโอกาส ส่วนปีที่ผ่านมาได้แชมป์ 6 ชาติแบบกระท่อนกระแท่นแบบต้องนับแต้ม ปีนี้ผลงานคือร่วงเลย แพ้ไป 2 แมทถ์ให้ Scotland และ Wales แล้วมาชนะ Italy ซึ่งเป็นเต็งบ๊วยแบบไม่ประทับใจ มองว่าโค้ชใช้ผู้เล่นเดิม ๆ ตั้งแต่รักบี้โลก ซึ่งส่วนใหญ่รูปแบบเกมไม่ค่อยเร้าใจ ไม่ค่อยสร้างสรรค์ ขาดจินตนาการและขาดแรงจูงใจ


คุณกันต์: จากรูปแบบการเข้าทำที่ไม่ค่อยหลากหลายเท่าไหร่ มันทำให้ทีมอื่นเริ่มจับทางได้ง่าย เช่น การเล่นแบบ ‘Manu Ball’ ที่เน้นการกินพื้นที่จาก Center อย่าง Manu Tuilagi เป็นหลัก ซึ่งมันเคยเวิร์คเมื่อ Rugby World Cup แต่เมื่อไม่มี Tuilagi รูปแบบนี้ก็กลายเป็นรูปแบบที่ไม่เหมาะกับคนอื่น คือทั้ง Farrell และ Slade ไม่เหมาะรูปแบบนี้ เพิ่มเติมอีกหนึ่งปัญหาคือเรื่องฟอร์มของผู้เล่นหลาย ๆ คนในทีมที่ผลงานไม่ค่อยดีแต่ก็ยังติดทีม ซึ่งบางครั้งต้องดันผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาบ้าง ผู้เล่นที่ฟอร์มดี ๆ อย่าง Paolo Odogwu, Marcus Smith, Sam Simmonds, David Ribbans หรือ Piers O’Conor


SCOTLAND


คุณนครา: ถือว่ามาดีในปีนี้ แต่ต้องรอดูแมตช์กับ Ireland ว่าจะดีจริงไหม Scotland เป็นทีมที่บุกดีก็เพราะ Mindset ของ Coach อย่าง Gregor Townsend ที่เป็น Fly-half British Irish Lions ในปี 1997 ซึ่งชนะ South Africa 2:1 รวมถึงการเลือกผู้เล่นหน้าใหม่ที่เป็น Residential Player จาก South Africa มา ส่วนใหญ่ก็ทำได้ดี เล่นดุดัน แต่ปัญหาของทีมน่าจะอยู่ที่ตัวเปลี่ยน คุณภาพไม่เท่า 15 ตัวแรก


คุณกฤศ: มองว่าน่าจะยังมีโอกาส เพิ่งเล่นไป 2 แมทถ์แมทถ์แรกถือว่าทำได้ดีเซอร์ไพรสชนะ England ถึงบ้านเลย แมทถ์ที่สองไปแพ้ Wales ก็แพ้แบบฉิวเฉียด เพราะผู้เล่นโดนใบแดง ทั้ง ๆ ที่นำอยู่พอสมควร ส่วนแมทถ์รอบที่สามที่ต้องเล่นกับ France เพื่อตัดสินโอกาส ก็ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากพิษโควิด น่าเสียดายเพราะผู้เล่นรุ่นใหม่ขึ้นมาดีหลายตัว เล่นเข้าขากับผู้เล่นมากประสบการณ์ ซึ่งถ้าได้เล่นต่อเนื่องโมเมนตั้มอาจจะกลับมาอยู่ที่ทีมอีกครั้งก็ได้


คุณกันต์: ทีมนี้เป็นทีมที่เล่นกันมานานพอสมควร คือเห็นแววรุ่งตั้งแต่ก่อน Rugby World Cup 2015 อีกด้วยซ้ำ พอถึงในปีนี้ประสบการณ์และการเติบโตมันส่งให้ผู้เล่นอย่าง Finn Russell และ Stuart Hogg ยิ่งเป็นอาวุธที่น่ากลัวยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่หนึ่งที่ทีมต้องเติมเพื่อให้ไปไกลมากขึ้นก็น่าจะเป็นเรื่องของกำลังสำรองที่จะต้องมาทั้งเติมเต็มและเปลี่ยนเกมส์ด้วยในบางครั้ง รวมถึงเรื่องของความสม่ำเสมอของฟอร์มการเล่นในเกมส์ ถ้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ทีมมันจะขึ้นไปกว่านี้ไม่ได้


IRELAND


คุณนครา: ข้อหนึ่งที่นักวิจารณ์จาก Planet Rugby, Rugby Pass หรือ Rugby World ไม่ได้พูดถึงคือเนื้อแท้ของ Head Coach อย่าง Andy Farrell นั้นมาจาก Super Star ของ Rugby League โดยเล่น Rugby Union ให้ทีมชาติอังกฤษแค่ไม่กี่ครั้ง แนวคิดย่อมต่างจาก Joe Smidh โค้ชคนเก่าที่มีประสบการณ์จากการคุมทีมชาติและทีมสโมสรอย่าง Lienster และ Clemont ใน Top 14. และก่อนเทิร์นโปรเป็นโค้ชอาชีพก็มีอาชีพเป็นครูมาก่อน ย่อมใช้ทักษะอาชีพครูมองนักกีฬา ดึงศักยภาพนักกีฬาออกมาได้ดี ด้านตัวผู้เล่นก็ถึงเวลาต้องให้โอกาสผู้เล่นหน้าใหม่ให้มีเกมส์ได้เล่นบ้างเพื่อเพิ่มประการณ์ในเกมระดับชาติ ผู้เล่นคู่หูอย่าง Sexton และ Murray ต้องถอยออกมาได้บ้างแล้ว


คุณกฤศ: Ireland แพ้ไป 2 แมทถ์ให้กับ Wales และ France ซึ่งถ้ามองก็มองว่ามีความคล้าย ๆ กับ England รูปแบบการเล่นก็คล้าย ๆ กันคือเน้นการเตะหรือเล่นลูกกลางอากาศมากไปจุดเด่นของ Ireland อยู่ที่กองหน้า แต่ปัจจุบันค่อนข้างจะมีอายุ ซึ่งก็ต้องรอการเปลี่ยนถ่ายผู้เล่นใหม่ ๆ กันอีก ทำให้รักบี้ 6 ชาติเที่ยวนี้ก็น่าจะกลับมาลำบาก


คุณกันต์: จุดเด่นของ Ireland อยู่ที่กองหน้า ซึ่งบางครั้งก็เป็นเหมือนดาบสองคม คือแน่นอนว่าเมื่อกองหน้าต้องเล่นหลาย Phases มากขึ้น ก็ย่อมเสียพละกำลังมากขึ้นไปด้วยเช่นกัน และการเล่นด้วยกองหน้าซะเยอะ บางครั้งมันก็จับทางได้ง่ายเกินไป การเลือกใช้ผู้เล่นเองก็น่าจับตามอง ผู้เล่นอย่าง Zebo เล่นโดดเด่นมากในฝรั่งเศส ในทีม Racing 92 แต่ทีมชาติมีกฎต้องเล่นในประเทศถึงติดทีมชาติ หรือ Paddy Jackson ที่ถึงแม้จะมีฟอร์มการเล่นที่ดีและมีความเป็นผู้นำเหมาะที่จะมาสานงานต่อจาก Sexton แต่ก็ยังไม่ถูกเรียกเข้าทีมเพราะเค้าเคยมีชื่อเข้าไปพัวพันกับคดีข่มขืน ซึ่งคดีถูกตัดสินไปแล้วว่าตัวเค้าไม่มีความผิดแต่อย่างใด


WALES


คุณนครา: โดยรวมแล้วดี ถึงจะผ่าน Scotland และ Ireland แบบที่ทั้ง 2 ทีมเหลือผู้เล่นแค่ 14 ตัว แต่ Wales ก็เล่นได้แน่น, เบสิคถูกต้อง, ไม่ค่อยทำผิดกติกา ผู้เล่นที่มีประสบการณ์ก็มีบทบาทเยอะ ทั้ง Alan Wyn Jones ที่ Control ลูกทีมได้ดี, Justin Tipuric ก็เป็นผู้เล่นอีกคนที่ปิดทองหลังพระทำให้เกมลื่นไหลรวมถึงผู้เล่นหน้าใหม่ของ ทีมก็ทำได้ดีไม่ตื่นสนาม


คุณกฤศ: ทีมดวงดีประจำทัวร์นาเม้นท์ ที่พลิกล๊อคจากสถานการณ์ที่เป็นรองกลับมาชนะทั้ง Scotland และ Ireland ด้วยความได้เปรียบตัวผู้เล่นที่ทั้ง 2 ทีมมีผู้เล่นโดนใบแดง ส่วนเกมที่ชนะ England ก็น่าจะเป็นเพราะ England เล่นรูปแบบเดิม ๆ ขาดจินตนาการ อีกทั้งขาดแรงจูงใจ โดยรวมถือว่าโอเค แต่ก็ไม่ได้ดีมาก


คุณกันต์: จุดเด่นของ Wales ที่เห็นได้ชัดคือบทบาทของผู้เล่นอาวุโสที่ใช้ประสบการณ์พาทีมมาได้ดีและเล่นได้ดีเกินวัยไปด้วย บวกกับความมั่นใจจากการชนะ Triple Crown มา ก็ส่งให้ผู้เล่นเกือบทุกคนทำได้ดี ผู้เล่นดาวรุ่งที่น่าจับตามองก็มีอย่าง Louis Rees-Zammit ที่โดดเด่นมาก ๆ แต่ถ้ามองในระยะยาวถึง RWC 2023 ทีมเองก็น่าจะมีปัญหา เพราะการทดแทนผู้เล่นที่อายุเยอะจะมาไม่ทัน และรูปแบบการเล่นเองก็ไม่ได้โดดเด่นมากด้วย


FRANCE


คุณนครา: โดยรวมยังไม่มีอะไรพลาด (ถึงแม้ว่าจะเพิ่งแพ้ England ไป) แต่มองว่า Fabien Galthie ยังไม่ปล่อยให้ทีม Peak Too Early คงลองตัวไปก่อนเพื่อให้ประสบการณ์โดยรวมของผู้เล่นประมาณ 45 คน ในระดับ International ผ่าน Intensive game เพื่อเป้าหมาย RWC 2023 ถ้าปีนี้ได้แชมป์ถือเป็นกำไร..ไม่ได้ก็จะทดลองไปเรื่อย ทีมชุดนี้ลองตัวแบบมีแบบแผน ทดลองแบบมี Strategy สิ่งหนึ่งที่คนไม่สังเกตุคือ Relationship ระหว่างโค้ชกับผู้เล่น ที่ดีมาก ๆ เหมือนลุงกับหลาน ๆ มากกว่าโค้ชกับผู้เล่น เพราะพ่อของผู้เล่นปัจจุบันหลายคนทั้ง Romain Ntamack หรือ Damian Penaud ก็เคยร่วมทีมกับ Fabien Galthie มา


คุณกฤศ: น่าจะเป็นทีมที่มีโอกาสดีที่สุดจากฟอร์มการเล่น แต่ดันมาโดนพิษโควิดเล่นงานเลยไม่รู้ว่าจะมีปัญหาเรื่องความฟิตหลังจากการกักตัวรึเปล่า แต่ก็มีผู้เล่นหน้าใหม่ ๆพร้อมเปลี่ยนถ่ายเยอะพอสมควรจากการที่ได้แชมป์เยาวชนโลก 2 ปีซ้อน ต้องดูว่าแมทถ์หลังจากรอบสาม ที่ต้องเล่นเก็บตกกับ Scotland, England และ Wales จะทำได้ดีแค่ไหน


คุณกันต์: เป็นทีมที่มีรูปแบบการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดในทัวร์นาเม้นท์นี้ รูปแบบการเล่นที่หวือหวา บอลเร็ว รุกสนุก รับแน่น โดยเฉพาะ Scrumhalf อย่าง Antoine Dupont ที่เชื่อว่าน่าจะพัฒนาได้อีก จนทำให้ทีมเป็นทีมที่น่าจะมีลุ้นแชมป์ได้เลยใน RWC 2023 แต่ก็มีสิ่งที่ต้องระวังอยู่บ้างคือฟอร์มการเล่นของทีมที่บางครั้งแปรไปตามทีมที่แข่งด้วย ซึ่งมันจะเป็นปัญหาเวลาเจอทีมเล็ก บ่อยครั้งที่เหล่าวัยรุ่นประคองทีมไม่ได้ เล่นแย่ตามทีมที่เจอไปด้วยซะงั้น


ITALY


คุณนครา: กำลังอยู่ช่วงปรับตัว กอรปกับตัวเลือกน้อย ต้องชื่นชมว่ามีความพยายามในการเล่นสูง แค่ยังขาดประสบการณ์ในระดับชาติ ต้องให้เวลา แต่ดูแล้วน่าจะดีขึ้น แต้มแพ้น้อยลงเพราะโค้ชยอมแพ้เพื่อประสบการณ์ ไม่เปลี่ยนตัวผู้เล่นเลย


คุณกฤศ: ถือเป็นชาติที่เล็กที่สุดสำหรับกีฬารักบี้ 6 ชาติยุโรปนี้ โดยรวมยังต้องการการพัฒนาซึ่งกำลังจะดีขึ้นในไม่ช้า เพราะผู้เล่นปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ ขึ้นมาจากระดับเยาวชน ถ้าได้รับการปลุกปั้นจากโค้ชดี ๆ ก็น่าจะพัฒนาได้ไกล ซึ่งในปีนี้คงต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปก่อน รอดูกันยาว ๆ


คุณกันต์: ทีมในตอนนี้ที่หมดยุคของสตาร์อย่าง Sergio Parisse ไปแล้วนั้น กลับมีความน่าดูมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ มันเหมือนการได้ดูทีมที่รู้ว่าตัวเองไม่เก่ง รู้ว่าทีมจะแพ้ แต่ก็เล่นกันอย่างมีความพยายามเพื่อจะทำคะแนน สิ่งที่ Italy น่าจะต้องทำคือการมองการพัฒนาทีมในระยะยาว ทั้งการสร้างรูปแบบการเล่นที่เหมาะกับทีม, การสร้างเสริมสภาพร่างกายของผู้เล่นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และการเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้เล่นด้วยการดันให้ได้ไปเล่นในระดับที่สูงขึ้น เช่น Paolo Garbisi และ Montanna Ioane ที่ถือว่าเป็นสองผู้เล่นที่น่าจับตามองมาก ๆ


เรียกได้ว่าดูๆ ไปแล้ว ทั้ง 3 ท่านก็มีมุมมองที่แตกต่างกันไปบ้างในบางทีม แต่เชื่อเลยว่าสิ่งหนึ่งที่เราทุกคนได้รับจากทั้ง 3 ท่าน คือความสนุกร่วมกันในการลุ้นแชมป์ที่ยังคงร้อนระอุอยู่ใน" Six Nations" ปีนี้ ส่วนใครที่มีความคิดเห็นที่อยากจะเพิ่มเติมกัน ลองคอมเม้นท์คุยกันได้เลย เพื่อจะได้เป็นการแลกเปลี่ยนทางความคิดกันด้วย สุดท้ายนี้กันนิดนึงสำหรับการลุ้นกันแชมป์ที่เดือดมาก ๆ ในปีนี้ ถ้าพร้อมกันแล้ว…ยกแก้วกระดกเบียร์ดำให้ชื่นใจ แล้วตะโกนดังๆ (อีกครั้ง) ไปพร้อมกันว่า…“Guinness Six Nations 2021 !!!”


ขอบคุณข้อมูล

โดยคุณนครา นาครทรรพ, คุณกฤศ ปุษปาคม และ คุณกันต์ ดิษฐาน ผู้บรรยายรักบี้จาก True Vision

ขอบคุณรูปภาพ

https://www.skysports.com/

https://www.scotsman.com/

https://www.telegraph.co.uk/

https://cardiffbluesblog.com/

https://www.bbc.com/

https://inews.co.uk/

https://www.techadvisor.co.uk/


47 views0 comments

Recent Posts

See All