Y11 Sport อาสาพัฒนาวงการรักบี้ไทย

สะเทือนรักบี้ไทยแน่เมื่อกลุ่ม Y11 Sport ขันอาสาพัฒนาวงการ


รายการแข่งขันฟุตบอล Global Legends Series ที่ Y11 Sport & Media Limited เป็นเจ้าของรายการ


ช่วงนี้วงการกีฬารักบี้ไทยเนื้อหอมสุดๆ เป็นเป้าสายตาของเหล่าบิ๊กทีมต่างชาติไล่ตั้งแต่ นิวซีแลนด์ ทีมรักบี้เบอร์ 1 ของโลก ที่เสนอให้ทีมรักบี้ทีมชาติไทยไปเก็บตัวฝึกซ้อมยังแดนกีวี่ อีกทั้งยังมี ฝรั่งเศส ที่พร้อมอ้าแขนต้อนรับนักรักบี้ไทยไปเล่นลีกอาชีพของเขา และล่าสุดก็คือ เวลส์ ที่ขันอาสาจะเป็นพาสเนอร์จัดอีเว้นท์กีฬารักบี้ในไทย


เรื่องของ นิวซีแลนด์ กับ ฝรั่งเศส หลายคนในวงการน่าจะรู้ดีเพราะมีข่าวผ่านหูผ่านตาไปบ้าง แต่ในกรณีของ "เวลส์" นี่สิ...ถือว่าใหญ่โตเอาการเลยจริงๆ และอาจจะหมายถึงปากท้องของวงการรักบี้ไทยเลยด้วย

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักคร่าวๆกับ Y11 Sport กันก่อน ว่าเขาเป็นใคร


"Y11 Sport & Media Limited" คือ บริษัทที่รับจัดการกีฬาระดับโลก


นำโดย เจมส์ เดวี่ส์-ยานเดล (James Davies-Yandle) ซีอีโอหนุ่มไฟแรงและมีใจรักกีฬามาตั้งแต่เด็ก เขาจบการศึกษาระดับ ป.ตรี วิทยาศาสตร์การกีฬา จากมหาวิทยาลัย Loughborough และประกาศนียบัตรเศรษฐศาสตร์มหภาคจาก London Business School


เจมส์ เริ่มทำธุรกิจกับ Royal Bank of Canada ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแคนาดาตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หลังจากเขาประสบความสำเร็จกับการลงทุนด้านการเงิน เขาจึงอยากที่จะทำให้สิ่งที่ตัวเองรักและหลงใหลมากที่สุดอีกการทำธุรกิจเกี่ยวกับกีฬา ทำให้ในปี พ.ศ.2547 เขาเลือกที่จะจัดการกีฬาโดยมุ่งไปที่การจัดการกีฬารักบี้ระดับนานาชาติ


นอกจากนี้ยังมีส่วนกับ Pro Sports International in London ในปี พ.ศ.2549 ที่ดูแลเรื่องกีฬารักบี้และฟุตบอลเป็นหลัก จนกระทั่งในปี พ.ศ.2551 เจมส์ ได้จัดตั้งหน่วยงานของตัวเองคือ "Y11 Sports" ในดูไบ และดูแลการจัดอีเว้นท์กีฬาฟุตบอลและกอล์ฟ จนปัจจุบันเขาพัฒนาองค์กรจนได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นบริษัทจัดงานกีฬาที่มีชื่อเสียงมากที่สุด

หากใครจำกันได้มีอยู่ครั้งหนึ่งที่แฟนๆฟุตบอลชาวไทยได้สัมผัสนักเตะระดับตำนานเวิลด์คลาส อาทิ หลุยส์ ฟิโก้, เยนส์ เลห์มันน์, อเลสซานโดร เนสต้า, คาฟู, ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ, จานลูก้า ซามบร็อตต้า, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, ยูริ จอร์เกฟฟ์, เดโก้, อังเดร เชฟเชนโก้, ดาวอร์ ซูเคอร์, คาร์ล ไฮนซ์ รีดเล่, วลาดิเมีบร์ ซมิเซอร์, โรนัลด์ เด บัวร์, ฟาบิโอ คันนาวาโร, เจอร์ซี ดูเด็ค, มาร์โก มาเตราซซี, มิเชล ซัลกาโด้, บิเซนเต้ ลิซาราซู, คริสติยอง การอมเบอ, ชูเลียโน เบลเล็ตติ, ฮิเดโตชิ นากาตะ, สตีฟ แม็คมานานมาน, ไมเคิล โอเวน, พาทริค ไคลเวิร์ต, แพทริค แบร์เกอร์, ไร โอลิเวียรา และ ยารี ลิตมาเนน เป็นต้น

รายชื่อบรรดาแข้งเหล่านี้มาในนามของ "Global Legends Series" คือการมาทำคลินิกฟุตบอลให้แก่เยาวชนและเตะบอลแบ่งเป็นทีมหลุยส์ ฟิโก้ กับ ทีมฟาบิโอ คันนาวาโร โดยแมตช์ดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2557 ที่สนามเอสซีจีสเตเดี้ยม


แน่นอนว่าโครงการนี้ เจมส์ เดวี่ส์-ยานเดล คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งการวางอีเว้นท์รวมไปถึงจัดหานักฟุตบอลระดับตำนานรวมทีมกัน และที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียเขาคือนัมเบอร์วันของเรื่องนี้

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เจมส์ เดวี่ส์-ยานเดล ได้เทคโอเวอร์ทีมรักบี้ "ออสเปรย์ส" ของเวลส์ ซึ่งเป็นทีมระดับ European Rugby Champions Cup และมีชื่อเสียงมากในสโมสรยุโรป ส่วนในเรื่องฟุตบอลก็มีการดูแลจัดการของ อาร์เซน่อล และ เชลซี เป็นต้น


นี่ก็คือข้อมูลคร่าวๆของ เจมส์ เดวี่ส์-ยานเดล ซีอีโอของ Y11 Sport & Media Limited แต่เรื่องวิสัยทัศน์ในการพัฒนารักบี้ในไทยนั้นเจ้าตัวพูดมาคำเดียวว่า "รักบี้ไทยมีมูลค่า"


ซึ่งก็เป็นคำพูดของนักธุรกิจที่ตรงใจ "บิ๊กต้น" พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมรักบี้ของไทยเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่ที่ "บิ๊กต้น" เข้ามาบริหารสมาคมก็พยายามจะเพิ่มมูลค่ากีฬารักบี้ของไทยให้เป็นที่นิยมแพร่หลายรวมไปถึงโปรเจ็กใหญ่คือการทำรักบี้ให้เป็นกีฬาอาชีพ


เมื่อ เจมส์ เดวี่ส์-ยานเดล เปิดใจกับวงการรักบี้ไทยแบบนี้ "บิ๊กต้น" ก็ไม่รอช้า นัดพบปะพูดคุยถึงแนวทางกันเลยจนสรุปได้ว่า เจมส์ อยู่ในประเทศไทยมา 5 ปี และเขามาแนวคิดที่จะจัดอีเว้นท์ของกีฬารักบี้ในไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าของกีฬารักบี้ด้วยการเชิญทีมดังๆจากต่างประเทศเข้ามาแข่งรักบี้ รวมไปถึงการพัฒนาให้กีฬารักบี้เป็นธุรกิจกีฬา หรือเข้าใจง่ายๆก็คือทำให้เป็นอาชีพเหมือนต่างประเทศ


ฉะนั้นแนวคิดนี้จึงโดนใจประมุขรักบี้ไทยเป็นอย่างมาก และหากว่า เจมส์ เดวี่ส์-ยานเดล สามารถเนรมิตวงการรักบี้ไทยให้เป็น Commercial หรือในเชิงพาณิชย์ได้จริงอย่างที่พูด มันจะทำให้กีฬารักบี้เป็นอาชีพได้ทันที


ข้อดีของการเป็นกีฬาอาชีพอย่างแรกเลยคือจะมีคนสนใจกีฬารักบี้และมีนักกีฬารักบี้เยอะขึ้นเพราะนักรักบี้สามารถยึดเอารักบี้เป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ อย่างที่สองคือเม็ดเงินมหาศาลจะเทลงมาที่กีฬารักบี้รวมไปถึงกลุ่มนายทุนต่างๆก็จะเข้ามาสนับสนุนเกิดการสร้างรายได้กระทบหลายชิ่งเลยทีเดียว ถ้านึกภาพไม่ออกให้นึกถึงกีฬาฟุตบอล หรือ วอลเลย์บอล ในไทย


ทำให้ดีลนี้จึงเป็นดีลที่น่าสนใจมาก และหากทุกอย่างลงเอยด้วยดี มีการเซ็นสัญญา MOU เป็นเรื่องเป็นราว เชื่อว่านี่แหละจะเป็นการพลิกโฉมวงการรักบี้ไทยตลอด 50 กว่าปีเลยทีเดียว




ขอบคุณข่าว Siamsport.co.th

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก gettyimage.com


© 2020 by ASGARD INFINITE CO.,LTD created with Thailand Rugby Union .com