เมื่อช้างรักบี้คลีนิก ไม่ใช่แค่คลีนิก!

Updated: Jul 19

หลังจากที่โครงการเสริมสร้างศักยภาพบุคลกรกีฬารักบี้ฟุตบอลสัญจร "คลินิกรักบี้" (Chang Rugby Clinic On Tour) ในสนามแรกที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อช่วงวันหยุดยาว (อาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา) ที่ผ่านมา มีกระแสตอบรับที่ดีมากจากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกาะติดโครงการและมีโปรโมทในเอเชียรักบี้จนเป็นโมเดลหลักที่หลายชาติเตรียมหยิบเอาไปใช้ในการพัฒนากีฬารักบี้ของตัวเอง





   ล่าสุดทางเฟสบุ๊ค Tanyaluk Suksaard ได้โพสต์ถึงโครงการ "คลินิกรักบี้" (Chang Rugby Clinic On Tour) และมีคนในวงการรักบี้ไทยแชร์อย่างมากมาย โดยมีใจความว่า "สวัสดีค่ะทุกท่าน มาค่ะล้อมวงกันเข้ามา เห็นข่าวคร่าวการเคลื่อนไหวของสมาคมรักบี้ฯ ทำให้อิชั้นนี่คันไม้คันมือมาหลายวันแล้ว โบราณท่านว่าจะตีเหล็กก็ต้องตีตอนร้อนๆ ดังนั้นจะรอช้าไม่ได้แล้วจึงต้องลงมือเขียน และจะไม่ขอเขียนถึงรายละเอียดในกิจกรรมนะค่ะเพราะคิดว่าทุกคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วแต่จะเขียนในมุมมองของตัวเองละค่ะ มาค่ะเชิญทัศนาอ่านกันให้เพลิดเพลินไปเลย"     "Chang Clinic Rugby On Tour 2020 คือกิจกรรมที่สร้างความฮือฮาล่าสุดจากสมาคมรักบี้ฯ ภายใต้การนำของนายกสมาคม พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ หรือพี่ต้นของน้องๆทุกคน นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาเป็นนายกสมาคม พี่ต้นก็สร้างปรากฏการณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า เริ่มตั้งแต่การคว้าตัวผู้ฝึกสอนชาวนิวซีแลนด์ โลเต้ ไลคาบูร่า อดีตผู้เล่นระดับเวิลด์คลาสและมากประสบการณ์ด้านโค้ชชิ่งมาเป็นผู้ฝึกสอนของสมาคมรักบี้ การส่งทีมรักบี้ไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศนิวซีแลนด์ หาเงินตัวเป็นเกลียว (อันนี้เป็น mission ที่ต้อง possible555)"     "การจัดหาสนามที่เป็นบ้านของสมาคมรักบี้ (แม้จะยังไม่ถาวรก็ตาม) การพยายามประสานรอยร้าวและจัดระบบบริหารให้เข้าที่เข้าทาง จนมาถึงการนำพากีฬารักบี้ฟันฝ่าวิกฤติของสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 และต่อเนื่องมาถึงโครงการดังกล่าว และเป็นโครงการที่แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการทุกภาคส่วนที่สำคัญของกีฬารักบี้และนำออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเผยแพร่กีฬารักบี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนในวงการรักบี้ไทย"     "เขียนอย่างนี้คงมีหลายคนเกิดอาการหมั่นใส้ และบอกว่าอวยกันเหลือเกิน งั้นลองอ่านต่อค่ะ จะได้มองภาพออกว่าเขาบูรณาการกันยังไง"     1.การนำหัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่าง โลเต้ ไลคาบูร่า พร้อมทีมผู้ฝึกสอนแบบฟูลทีมของสมาคมลงไปทำการฝึกสอน     "ช๊อตนี้ยิงครั้งเดียวได้นกสองตัว เพราะว่านอกจากจะทำให้ผู้ฝึกสอนในท้องถิ่นนั้นๆได้สัมผ้สกับตัวจริงเสียงจริงของมืออาชีพแล้วยังเป็นการเทรน์ของจริงให้กับทีมผู้ฝึกสอนของสมาคมด้วย (อันนี้พี่เจี๊ยบค่อนข้างที่จะให้เครดิตในความเป็นมืออาชีพของ โลเต้ นะค่ะ ถ้าไม่ถูกใจใครก็ต้องขออภัยด้วย) และคิดดูซิค่ะว่าผู้ฝึกสอนในท้องถิ่นนั้นๆได้รับประโยชน์มากขนาดไหน"     2.การนำทีมนักกายภาพ เทรนเนอร์ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรรมการผู้ตัดสินที่มากความสามารถ เจ้าหน้าที่ประจำสมาคมรักบี้ฯ ลงไปทำคลินิกด้วย     "ช๊อตนี้ต้องบอกว่ามันแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และการบริหารงานของผู้นำองค์กรค่ะ ที่มองได้ครบด้านและกล้าที่จะลงมือทำให้เกิดประโยชน์และผลสัมฤทธิสูงสุด (ที่ว่ากล้านั้นพี่เจี๊ยบคิดถึงงบประมาณที่ต้องหาและจ่าย5555)"     3.การนำนักกีฬาชุดทีมชาติชุดใหญ่ที่ผ่านเกมในระดับนานาชาติมาอย่างโชกโชนทั้งชายและหญิงที่มีรูปร่างร่างกายที่แข็งแกร่งงดงามสมเป็นนักกีฬา ทักษะแน่นเทคนิคเยี่ยมและแกร่งยามอยู่ในสนาม ร่าเริงแจ่มใสเป็นมิตร อ่อนโยนสุภาพและอ่อนน้อมถ่อมตนยามอยู่นอกสนาม ลงไปทำคลินิกแบบฟูลทีม     "ช๊อตนี้ต้องบอกว่าเป็นไฮไลต์ของสมาคมรักบี้ฯเลยค่ะ เพราะว่านักกีฬาที่มีคุณภาพคือตัวชี้วัดคุณภาพของระบบและของสมาคมค่ะการที่มีนักกีฬาที่สมบูรณ์แบบลงไปปรากฏตัวมันสร้างทั้งแรงกระตุ้นและแรงบันดาลใจให้กับเด็กและผู้ปกครองรวมถึงอีกหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มันทำให้เขามองเห็นภาพในอนาคตได้เป็นอย่างดีว่าเล่นรักบี้แล้วได้อะไร"     4.การมีภาพของการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนของ "Sponsor" ต่างๆโดยเฉพาะแบรนด์เครื่องดื่มตรา "ช้าง"     "ช๊อตนี้ต้องขอยกให้เป็นจุดพีคของสมาคมรักบี้ฯและต้องขอแสดงความชื่นชมและนับถือในความสามารถของนายกฯและผู้จัดการสมาคมคนปัจจุบัน (พี่จุ๋ม) ที่กล้าลงมือทำโมเดลนี้ขึ้นมาเป็นครั้งแรก การดึงแบรนด์มาคู่กับภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างของกีฬารักบี้และก่อให้เกิดคุณค่า ประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายนั้นเป็นแนวทางในการพัฒนากีฬารักบี้ในหลายๆประเทศ เช่น ญี่ปุน จำประโยคที่เคยเขียนว่า "ถ้าไม่มีการพัฒนาก็ไม่มีเงินและถ้าไม่มีเงินก็ไม่เกิดการพัฒนา"ได้มั้ยคะ เนี่ยละค่ะมาถูกทางแล้วค่ะ แม่หมอทำนายว่าในอนาคตนี่10ล้านยังน้อยไปนะค่ะ ต้องว่ากันที่ระดับ30ล้านต่อปีละค่ะ"     "สุดท้ายนี้ขอขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นกับรักบี้ไทยอีกครั้งและขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ สู้ต่อไปค่ะ "พี่ต้น" ของวงการรักบี้ไทย"





    เมื่อเห็นข้อความนี้แล้ว "บิ๊กต้น" พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความตอบกลับว่า "ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณน้องเจี๊ยบอย่างมากนะครับ ที่ติดตามวิพากษ์วิจารณ์ การทำงานของสมาคมรักบี้ฯ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะในเรื่องดีๆ หรือ ในเรื่องที่เกิดจากความผิดพลาดของสมาคมฯ"     "ทั้งนี้พี่ถือว่าเป็นกระจกเงาส่องการทำงานของพวกเราทุกคน เพื่อที่จะได้ พัฒนาไปในแนวทางที่ดีขึ้น ไปในแนวทางเดียวกัน อย่างที่พวกเราในวงการรักบี้ฯทุกคนต้องการ เพราะเป็นกีฬาที่พวกเรารัก และเป็นกีฬาที่พวกเราเชื่อว่าถ้าเป็นแล้ว รักบี้ ให้อะไรกับตัวเองและสังคมมากกว่าที่คิด ถ้าเป็นแล้ว ให้ความเป็นครอบครัวครอบครัวใหญ่ เป็นหนึ่งเดียว กันอย่างไร เพราะอะไร และทําไม เรื่องนี้พี่ขอยืนยัน"     "โดยชี้ให้เห็นว่า ในสังคมรักบี้นั้น ถ้ารู้ว่าเป็นนักรักบี้ ด้วยกัน มักจะช่วยเหลือกันเท่าที่ทำได้โดยไม่ลังเล (สิ่งนี้เกิดขึ้นกับพี่มาโดยตลอดชีวิต และครั้งที่สำคัญที่สุด ก็ได้รับความกรุณา จากนักรักบี้รุ่นพี่ที่ปัจจุบันท่านได้รับพระราชทานโอกาสเป็นองค์มนตรี ไปแล้ว) ที่ต้องเกริ่นนานมากขนาดนี้ เพราะอยากให้คนที่มาอ่านทราบถึงการเป็นนักกีฬารักบี้ ว่ามีประโยชน์มากมายมหาศาลอย่างไร จะได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับลูกๆหลานๆต่อไป มาเข้าเรื่องเลย"     "จะสังเกตุว่าพี่ใช้คำว่าพวกเรา มาตลอด เพราะฉะนั้นนั่นคือเหตุผลที่กําลังจะบอกว่า โครงการ Chang rugby on tour นั้น หรือทุกโครงการของสมาคมฯนั้น เกิดขึ้นจากคณะกรรมการสมาคมฯทุกท่าน ตั้งแต่อุปนายกฯ เลขาฯ กรรมการทุกท่าน ผจก สมาคมฯ เจ้าหน้าที่สมาคมฯ และที่สำคัญที่สุดบรรดา สตาฟโค้ช ตั้งแต่ โลเต้ เฮดโค้ช บรรดา สตาฟโค้ช ที่ทุ่มเททุกคน ฝ่ายผูตัดสิน ฝ่าย medic และสื่อมวลชนทุกแขนงไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ และ ทีวีช่องNBT ที่ลงไป ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ และที่สำคัญที่สุดคือบรรดา ลูกหลานนักรักบี้ ทีมชาติไทย ทุกคน"     "แต่ละคนเหนื่อยมากครับ เฉพาะอยู่ในรถ ก็เป็นเวลากว่า 10 ชม. แต่พอถึงในหน้าที่ พวกเราทุกคนก็ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ได้โดยไม่มีที่ติ เพราะฉะนั้น พี่ไม่ควรที่จะได้รับคำชม ของน้องเจี๊ยบเพียงคนเดียว บางครั้งอ่านแล้วรู้สึกแย่ครับ (ความรู้สึกจากใจ จริงๆนะครับ)"



    "จึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณ ผู้เกี่ยวข้องทุกคน ที่ผมได้กล่าวมา พวกเราสุดยอดครับ จะไม่มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นเลย ในสังคม รักบี้ ถ้าไม่มีพวกท่าน เพราะผมไม่สามารถทำคนเดียวได้ เราจะช่วยกัน และ เราจะ win together ครับ และในที่สุดต้องขอขอบคุณน้องเจี๊ยบอีกครั้งนะครับ มาช่วยกันทําในสิ่งที่เรารัก นะครับ มาเป็นกระจกให้พวกเราครับ ขอบคุณจากใจครับ"     ยังเหลืออีก 5 สนามที่สมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะเดินสายไปให้ความรู้กัน โดยจะไล่จาก วันที่ 25-26 ก.ค.2563 ณ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนการสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี, วันที่ 1-2 ส.ค.2563 ที่กรุงเทพ, วันที่ 8-9 ส.ค.2563 ที่ จ.เชียงใหม่, วันที่ 22-23 ส.ค.2563 ที่ จ.นครราชสีมา และ วันที่ 5-6 ก.ย.2563 ที่ จ.ชลบุรี สามารถติดตามข่าวสารได้ทางแฟนเพจ Thailand Rugby Union ขอขอบคุณ ภาพและข่าว www.SIAMSPORT.co.th

21 views1 comment

© 2020 by ASGARD INFINITE CO.,LTD created with Thailand Rugby Union .com