The Six Nations Is Back!!!



ถ้าพูดถึงอีกหนึ่งเทศกาลของบ้านเราที่โด่งดังไปทั่วซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ พร้อมเชิญชวนให้ฝรั่งทุกผิวสีที่รักในการปาร์ตี้และสังสรรค์มาร่วมเอนจอยกันสุด ๆ ในวันที่ร้อนที่สุดในรอบปี วันที่ร้อนประหนึ่งว่ายกนรกขึ้นมาจากขุมลึก แล้วเอามาวางไว้ที่กลางประเทศที่ร้อนมากอยู่แล้วอย่างประเทศไทยเรา เชื่อว่าหลายคนคงถึงบางอ้อแบบไม่ต้องเปลืองเวลาให้เซลล์สมองได้ขยับตัว ว่าคงมีอยู่เทศกาลเดียวที่สุดเหวี่ยงกันได้กับสภาพอากาศแบบนี้ แน่นอน “สงกรานต์” นี่เอง แต่ที่แปลกมาก ๆ ในปีนี้คงไม่ใช่แค่เรื่องที่มีคนออกโวยวายว่าเสื้อบอลไม่ควรใส่ออกมาข้างนอก! (แล้วปกติบ้านพวกคุณเค้าเตะบอลกันข้างในบ้านหรอครับ?) ยังรวมถึงที่ในปีนี้พวกเราจะได้หยุดสงกรานต์กันตอนเดือนกันยายน (ที่ผ่านมา) อีกด้วย! เออ…ก็ดีนะ ไม่เปลืองน้ำกันแล้วทีนี้! เล่นกันกลางฝนไปเลย! แต่ท่ามกลางวันหยุดสงกรานต์ที่เขยิบเข้ามาอยู่ในฤดูฝนที่เพิ่งจะผ่านพ้นกันไป ทางฝั่งยุโรปเค้าเองก็มีสิ่งหนึ่งที่กำลังเขยิบเข้ามาใกล้แฟนๆ รักบี้กันด้วยเช่นกันในเดือนตุลาคมนี้ กับทัวร์นาเม้นท์ "เบียร์ดำ" เบียร์ที่เหล่าเด็กจบนอกชอบสั่งเพื่อความแตกต่าง รสชาติประหนึ่งกาแฟผสมเบียร์ที่มีความครีมนิดๆ อย่าง Guinness Six Nations รักบี้ 6 ชาติของทางฝั่งยุโรปที่ประกอบด้วย England, Wales, Scotland, Ireland, France และ Italy ซึ่งสำหรับเจ้าทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ของยุโรปนี้เค้าเปิดหัวกันไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่มาติดค้างกันเพราะการระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้ค้างเติ่งกันไว้ที่รอบที่ 4 ซึ่งแมตช์สุดท้ายที่เล่นกันไปคือคู่ระหว่าง Scotland และ France ที่ต้องย้อนกลับไปถึงเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา เรียกว่าย้อนกันไป 6 – 7 เดือนเลยทีเดียว ซึ่งด้วยระยะเวลาที่ยาวนานขนาดนี้ มันก็ต้องมานั่งทบบทวนความจำกันซักหน่อยว่าเจ้า Guinness Six Nations 2020 เนี่ย มันไปถึงไหนกันแล้วบ้างใน 4 รอบที่ผ่านมา


1. ENGLAND

เริ่มต้นที่หัวตารางหรือทีมที่อยู่อันดับที่ 1 ในขณะนี้กันก่อนกับ "ทีมชาติอังกฤษ" ที่เล่นไปแล้ว 4 นัด ชนะ 3 แพ้ 1 มี 13 คะแนน ลูกทีมของ "Eddie Jones" ถือว่าเปิดหัวได้ไม่ค่อยดีนัก เมื่อในรอบที่ 1 แพ้ให้กับทีมสายเลือดใหม่อย่าง "ทีมชาติฝรั่งเศส" ไปด้วยสกอร์ 24 - 17 จุด ก่อนที่จะกลับฝั่งได้อย่างรวดเร็วด้วยการชนะรวดทั้ง 3 รอบ ทั้งชนะ Scotland 6 - 13, ชนะ Ireland ในบ้าน 24 - 12 และเบียดชนะ Wales 33 - 30 ทำให้สถานการณ์ในตอนนี้ของ "The Red Rose" มีโอกาสลุ้นแชมป์ค่อนข้างสูง เพราะว่าในรอบที่ 5 นั้น พวกเค้าจะแข่งกับ "ทีมชาติอิตาลี" ทีมบ๊วยของตารางที่ยังไม่มีคะแนนที่สนาม Stadio Olimpico ที่กรุงโรม ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ แฟนทีมชาติอังกฤษก็เตรียมกระดก Guinness กันได้เลย



2. FRANCE

"ทีมชาติฝรั่งเศส" อันดับที่ 2 ของตาราง ที่ถึงแม้คะแนนจะเท่ากันชนะ 3 แพ้ 1 มี 13 คะแนน แต่โอกาสที่จะเป็นแชมป์ก็ถือว่ามีน้อยกว่าทีมชาติอังกฤษอยู่นิดนึง โดย "Les Blue" ถือว่าเป็นหนึ่งทีมที่น่าจับตามองในทัวร์นาเม้นท์นี้มากๆ หลัง "Fabien Galthie" เข้ามาทำทีมแล้วดึงผู้เล่นอายุน้อยหลายคนเข้าทีม และเล่นได้อย่างสุดยอดจนเกือบได้ลุ้น "Grand Slam" (ชนะทุก 5 ชาติ) ในปีนี้ ทั้งชนะ England ในบ้าน 24 - 17, ชนะ Italy 35 - 22, ชนะ Wale 23 - 27 แต่มาดันตกม้าตาย แพ้ Scotland 28 - 17 ในรอบที่ 4 ทำให้ "ทีมชาติฝรั่งเศส" ต้องมาลุ้นในรอบที่ 5 ที่พวกเค้าจะเล่นในบ้านที่ Stade de France พบกับยักษ์เขียว Ireland ในวันที่ 31 ตุลาตมนี้ โดยจะต้องลุ้นให้อังกฤษแพ้ในรอบสุดท้ายนี้ด้วยเพื่อหวังแชมป์ในปีนี้



3. SCOTLAND

ต่อเนื่องมาที่อันดับที่ 3 ในตอนนี้กับ "ทีมชาติสกอตแลนด์" ที่ถือว่ายังมีเอี่ยวให้ได้ลุ้นนิดๆ แต่ต้องอาศัยความ "Brave Heart" และดวงแบบโตๆ ด้วย เพราะต้องลุ้นให้ทั้ง England, France และ Ireland แพ้ในแมตช์ตกค้างทั้งหมด โดย Scotland แข่งไปแล้ว 4 นัด ชนะ 2 แพ้ 2 มี 10 คะแนน รูปทรงถือว่ากลางๆ มีทั้งวันที่ดีจนไม่น่าแพ้และวันที่แย่จนไม่น่าชนะ ทั้งการแพ้ Ireland 19 - 12, แพ้ England 6 - 13, ชนะ Italy 17 - 0 และชนะ France 28 - 17 โดยในรอบสุดท้ายพวกเค้าจะไปเยือน Wales ในวันที่ 31 ตุลาตมนี้



4. IRELAND

เหมือนจะหลุดโผแต่ก็เป็นทีมที่มีลุ้นแชมป์คู่คี่สูสีพอๆ กับ England และ France เลยทีเดียว กับยักษ์เขียว Ireland ที่มีแมตช์ตกค้างถึง 2 แมตช์ให้เล่น ลูกทีมของ "Andy Farrell" เล่นไปแล้ว 3 นัด ชนะ 2 แพ้ 1 มี 9 คะแนน โดยชนะ Scotland 19 - 12, ชนะ Wales 24 - 14 และแพ้ England 24 - 12 ซึ่งแมตช์ที่เหลือของเจ้ายักษ์เขียวนั้นมีทางเลือกไม่มากคือต้องชนะทั้งหมดและหวัง Bonus Point เพื่อการันตีแชมป์ในปีนี้ โดยพวกเค้าจะเล่นกับ Italy ที่สนาม Aviva Stadium ในวันที่ 24 ตุลาคม และปิดท้ายด้วยการไปเยือน France ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้เช่นกัน



5. WALES

เป็นหนึ่งทีมที่ทำผลงานได้ไม่สู้ดีนักใน Guinness Six Nations ปีนี้ สำหรับ Wales ที่หมดสิทธิ์ลุ้นแชมป์ไปแล้วแบบไม่ต้องหวังปฏิหารย์ใดๆ ทั้งสิ้น หลังแข่ง 4 นัด ชนะ 1 แพ้ 3 มี 7 คะแนน อยู่อันดับที่ 5 ของตาราง โดยชนะ Italy 42 - 0 แค่ในรอบแรก และมาแพ้อย่างต่อเนื่องทั้ง 3 รอบที่เหลือ แพ้ Ireland 24 - 14, แพ้ France 23 - 27 และแพ้ England 33 - 30 ซึ่งในแมตช์สุดท้ายก็จะเล่นกับ Scotland ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้แบบต้องชนะเพื่อรักษาศักดิ์ศรีแชมป์ Grand Slam ปี 2019



6. ITALY

อันดับที่ 6 ของตาราง "ทีมชาติอิตาลี" ที่ ณ ตอนนี้ต้องหวังอยู่อย่างเดียว คือการมีแต้มบนตารางคะแนนให้ได้ หลังเล่นไปแล้ว 3 นัด ยังไม่มีคะแนนและยังไม่ชนะใครเลย แพ้ Wale 42 - 0, แพ้ France 35 - 22 และแพ้ Scotland 0 – 17 โดย 2 นัดที่เหลือของ Italy จะเล่นกับ Ireland ที่สนาม Aviva Stadium ในวันที่ 24 ตุลาคม และเล่นกับ England ที่สนาม Stadio Olimpico ที่กรุงโรม ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้


เรียกได้ว่าดูๆ ไปแล้ว "The Guinness Six Nations" ปีนี้ ที่ถึงแม้ว่าจะเว้นวรรคไปซะนานมากก แต่ความเดือดในการลุ้นแชมป์ยังคงร้อนระอุอยู่เต็มเปี่ยมประหนึ่งสงกรานต์ภาคปกติของบ้านเราอย่างแน่นอน แฟนๆ รักบี้ฝั่งยุโรปก็เตรียมตัวกันให้พร้อมได้เลย ลุ้นกันเดือดขนาดนี้ จะรอไรล่ะ…กระดกเบียร์ดำให้ชื่นใจ แล้วตะโกนดังๆ ไปพร้อมกันว่า…“Please Welcome Back! Guinness Six Nations 2020 !!!”


ขอบคุณรูปภาพจาก

walesonline.co.uk

ewn.co.za

standard.co.uk

irishrugby.ie

rugbypass.com

world.rugby.com

stadiumastro.com

sixnationsrugby.com

rugbylad.ie



53 views0 comments

Recent Posts

See All