The Changing Face of Rugby! Part 1


กีฬารักบี้ฟุตบอล ( Rugby Union ) เริ่มเป็นกีฬาอาชีพมาแล้วประมาณ 24 ปี ( นับจากปี 1996 ) การบริหารการจัดการทีมเปลี่ยนแปลงไปมากอย่างเห็นได้ชัด เกิดหน้าที่, วิธีการและโครงสร้างการบริหารจัดการทีมแบบใหม่ซึ่งแตกต่างไปจากสมัยที่เป็นกีฬาสมัครเล่น (Amateur) สำหรับคนที่เคยเล่นกีฬามาในยุคที่ยังเป็นกีฬาสมัครเล่น มาดูกันว่ามีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง ในการบริหารทีมของทีมรักบี้ระดับโลกในปัจจุบัน


1. ผู้จัดการทีม (Team Manager)

ถ้าในความคุ้นเคยแบบไทย ๆ พอได้ยินคำว่าผู้จัดการทีมก็จะนึกถึงผู้จัดการทีมประเภทใจป้ำ, ใจถึงพึ่งได้, หรือสายเปย์กระเป๋าหนัก ถ้าจะให้ยกตัวอย่างสมัยเก่า ก็ต้องนึกถึง "ป๋าลอ" (พล.ต.ท ชลอ เกิดเทศ) หรือว่าจะเป็น "บิ๊กหอย" (ธวัชชัย สัจจกุล) ส่วนสมัยนี้มีสายเปย์แบบดราม่าด้วย อย่าง "มาดามแป้ง นวลพรรณ" แต่สำหรับทีมรักบี้ระดับโลก (ขอยกตัวอย่างทีมชาติ Scotland) "Gavin Scott" อดีต Hooker ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดการทีมชาติ Scotland เพื่อเดินทางไปตระเวนแข่งขันกับ Canada, USA และ Argentina ในช่วง Summer Tour ซึ่งหน้าที่ของเขาคือต้องเดินทางไปก่อนหน้านั้น 4 - 5 เดือน เพื่อสำรวจสนามแต่ละแห่งที่ทีมจะต้องไปซ้อมและแข่งขันด้วยตัวเอง เพื่อพิจารณาว่ายังมีอะไรขาดตกบกพร่องหรือต้องเตรียมอะไรมาเพิ่มหรือไม่ รวมถึงตรวจเช็คเวลาเดินทางจริงจากโรงแรมที่พักไปสนามซ้อม, ไปสนามแข่งขัน และเช็คสภาพสนามซ้อมว่าดีหรือแย่ขนาดไหน, เป็นหญ้าจริงหรือหญ้าเทียม ต้องศึกษาและต้องรู้ตารางเที่ยวบินไป - กลับทั้งหมดจาก Scotland มาสนามบินที่ใกล้ที่พักที่แข่งขันทั้งหมดที่ทีมชาติต้องไปพัก (เผื่อมีการบาดเจ็บต้องส่งนักกีฬากลับหรือเรียกตัวใหม่มาเสริม) อีกทั้งต้องติดต่อประสานงานเรื่องการเดินทางภายในประเทศสำหรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีม รวมถึงการลำเลียงอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งทุกอย่างจะถูกกำหนดเป็นเวลาที่แน่นอน ที่จะพลาดไม่ได้!!! (นอกเสียจากว่าจะเกิดเหตุที่ควบคุมไม่ได้ เช่น เที่ยวบินดีเลย์) ….ไม่ใช่งานง่าย ๆ เลยทีเดียว จะมานั่งดูเฉย ๆ แล้วพาเมียไปเที่ยวไม่ได้เลยนะ!!!


2. Team Coach

ถ้าเป็นยุคกีฬาสมัครเล่น โค้ชจะมีแค่ 2 - 3 คน ดูกองหน้าคนหนึ่งและคนดูกองหลังอีกคนหนึ่ง ไม่ต้องซับซ้อนอะไรมาก แต่ในปัจจุบันเฉพาะโค้ชที่เกี่ยวกับผู้เล่นในสนามก็มีถึงเกือบ 10 คน ซึ่งประกอบไปด้วย


- Head Coach: ดูแลภาพรวมของทีมทั้งหมดและตัดสินใจทุกอย่างในสนาม

- Forward Coach: ดูแลผู้เล่นกองหน้า เทคติกและรูปแบบการเล่น

- Back Coach: ดูแลผู้เล่นกองหลัง เทคติกและรูปแบบการเล่น

- Scrum & Line Out Coach: ดูแลเจาะลึก เน้นที่การเข้าสกรัมและแถวทุ่ม

- Attacking Coach: ดูแลรูปแบบเกมบุก

- Defensing Coach: ดูแลรูปแบบเกมรับ

- Kicking Coach: ดูแลเจาะลึก เน้นที่เฉพาะตัวเตะประตูเตะลูกโทษโดยเฉพาะ

- Psychology Coach: นักจิตวิทยา ดูแลสภาพจิตใจของผู้เล่น (ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่นักกีฬา ในปัจจุบันมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ซึ่งจัดการได้ไม่ง่าย)


แน่นอนว่าที่ต้องมีสต๊าฟฟ์โค้ชเยอะแบบนี้ เพราะกีฬาอาชีพนั้นแบกความคาดหวัง, ความมุ่งหวังสูง และเน้นผลการแข่งขันที่ชนะเป็นเป้าหมายหลัก (เหมือนทำธุรกิจที่ยอดขายและกำไรคือเป้าหมาย) มีการวัดผลประเมินผล สตาฟฟ์โค้ชทุกคนทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ เพื่อให้ Performance ของทีมออกมาดีที่สุด


3. Doctor (แพทย์ประจำทีม)

ในยุคสมัครเล่นแพทย์ประจำทีมก็จะมีหน้าที่ไปกับนักกีฬาดูพิจารณาอาการบาดเจ็บของนักกีฬาเท่านั้น

แต่สำหรับกีฬาอาชีพนักกีฬาทุกคนมีมูลค่า, มีค่าตัวและมีสังกัด จะมาเจ็บหรือป่วยอย่างไม่มีเหตุผลไม่ได้ แพทย์มีหน้าที่ให้ข้อมูลกับ Head Coach ว่าผู้เล่นสมควรจะลงแข่งหรือไม่? ถ้าบาดเจ็บแพทย์แจ้งว่าไม่ควรลงสนามแล้ว Head Coach ยังฝืนให้นักกีฬาลงแล้วเจ็บหนักกว่าเดิมอีก ทีมชาติจะต้องรับผิดชอบต่อทีมสโมสรต้นสังกัด ซึ่งอาจถึงขั้นถูกฟ้องร้องได้ เพราะสโมสรที่เป็นคนจ่ายเงินเลี้ยงดูนักกีฬาก็หวังว่าจะใช้ได้เต็มที่ในการแข่งขันระดับสโมสร เหตุแบบนี้ถ้าเป็นแบบไทย ๆ ในอดีตนั้นแทบจะไม่สนใจเลย สนใจแค่ผลการแข่งขันแล้วก็จะเข็นนักกีฬา Super Star ลงแข่งขันให้ได้ นอกจากพิจารณาเรื่องการบาดเจ็บแล้ว สิ่งที่แพทย์ประจำทีมระดับโลกในปัจจุบันตระหนักมาก ๆ ก็คือ Virus ยกตัวอย่าง "Dr. James Robson" แพทย์ประจำทีม Scotland และ British & Irish Lions ที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางไปแข่งขันในประเทศที่ภูมิอากาศต่างกัน เชื้อบางตัวนักกีฬาไม่มีภูมิต้านทาน อย่างเช่น ยุง หรือ แมลง ใน Canada หรือ Argentina ในสถานที่ที่ร้อนชื้น ก็อาจมี Virus บางตัวที่ชาว Scott ที่อยู่ในเมืองหนาวเกือบตลอดทั้งปีไม่เคยเจอหรือไม่มีภูมิต้านทาน แพทย์ประจำทีมมีหน้าที่ต้องรู้ว่าสถานที่ที่ทีมจะไปพักมี Virus อะไรบ้างที่จะมีผลกระทบต่อนักกีฬา จะต้องเตรียมสเปรย์ฉีกพ่นสำหรับป้องกันเชื้อไวรัส ตามมาตราฐานระบุให้ใช้ความเข้มข้น 25% แต่เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการติดเชื้อแพทย์ประจำทีมให้ใช้ความเข้มข้น 100% เพราะถ้ามีนักกีฬาติดเชื้อไวรัส ก็อาจจะต้องมีปัญหากับสโมสรต้นสังกัดของนักกีฬาอีก


4. Video Analysis (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล)

ในยุคสมัครเล่น อาจจะมีบางทีมเตรียม VDO แบบ Handy Cam ไปถ่ายระหว่างแข่งขัน หลังจากนั้นก็นำฉายให้ผู้เล่นดูหลังจากแข่งขัน แต่ในยุคกีฬาอาชีพภาระหน้าที่ของ Video Analysis นั้นเยอะมากขึ้น โดยจะเป็นผู้รายงานทุกอย่างที่เป็นข้อมูลสำหรับการแข่งขันให้ Head Coach ในการตัดสินใจ ยกตัวอย่างการทำงานของ "Gavin Vaughan" - Scotland’s Head Analysis ที่งานจะเริ่มตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจะต้องเตรียม Clip วิเคราะห์การเล่น 5 แมตช์ย้อนหลังของทีมที่จะต้องเจอ รวมถึงวิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็งของแต่ละทีม, วิเคราะห์ผู้เล่นคนสำคัญของทีมตรงข้ามและวิธีการเล่นของฝ่ายตรงข้ามด้วย นอกจากนั้นยังต้องรับผิดชอบนำ TV ขนาด 50 นิ้วไปด้วย สำหรับฉาย Clip ต่าง ๆ ระหว่าง Team Meeting รวมถึงในวันแข่งขันต้องเดินทางล่วงหน้าไปที่สนามแข่งขันอย่างน้อย 8 ชม ก่อน Kick Off เพื่อติดตั้งระบบ Computer, ติดกล้องเพื่อถ่ายระหว่างแข่งขัน, ต่อสัญญาณ Internet ให้ Link กับ Analysis ที่ Scotland อีกทั้งช่วงแข่งขันต้องเตรียมตัดต่อ Clip ระหว่างที่แข่งขันในครึ่งแรก พร้อมนำข้อมูลทั้งหมดให้ Head Coach ระหว่างพักครึ่งเวลา เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจปรับแผนการเล่น และตอนจบการแข่งกัน ก็ต้องวิเคราะห์ข้อมูลตัดต่อ Clip สรุปผลการแข่งขันทั้งหมด เพื่อให้ Head Coach ตอนประชุมทีม เช้าของวันรุ่งขึ้น ไม่หมดเพียงเท่านี้ว่างจากวันแข่งขัน ก็ต้องไปเยี่ยมชมทีมกีฬาประเภทอื่น เช่น ฟุตบอล, อเมริกันฟุตบอล หรือเบสบอล เพื่อนำเทคนิคต่าง ๆ มาปรับใช้กับทีม และต้องศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น Virtual Reality , Simulation (คล้าย ๆ ที่อยู่ใน VDO Games) มาใช้ในการฝึกและการวางแผนการเล่นด้วย เรียกได้ว่างานนี้ จบครบทุกฟังค์ชั่น!


ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่เป็นเพียงแค่ 4 ส่วนจาก 9 ในการบริหารทีมของทีมรักบี้ระดับโลกในปัจจุบัน ซึ่งถึงแม้ว่าวงการรักบี้ประเทศไทยในของเรานั้นยังก้าวไปไม่ถึงในรูปแบบของการเล่นอาชีพ แต่ทั้งหมดก็มีส่วนสำคัญที่หลายๆ ทีม ควรนำมาประยุกต์และพัฒนาทีมของตน เพื่อก้าวไปให้ถึงระดับอาชีพในอนาคต การบริหารทีมของทีมรักบี้ระดับโลกในปัจจุบันนี้ยังไม่จบ! อีก 5 ส่วนจะเป็นอะไรบ้าง สัปดาห์หน้าติดตามได้ใน RugbaholiX Credit : Rugby World Magazine

ขอบคุณรูปภาพ https://www.rnz.co.nz/

https://www.bbc.co.uk/

https://punditarena.com/

https://www.sowetanlive.co.za/

https://www.theoffsideline.com/

https://www.tokyoweekender.com/



260 views0 comments

Recent Posts

See All

© 2020 by ASGARD INFINITE CO.,LTD created with Thailand Rugby Union .com