12 Fitness Craze adopted by Rugby (Part 1)

แนวทางการออกกำลังกาย, การรักษาบำบัด, เทคโนโลยี และศาสตร์ต่าง ๆ ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับกีฬารักบี้ในปัจจุบัน


กีฬารักบี้ฟุตบอล ( Rugby Union ) มีการพัฒนามาเป็นกีฬาอาชีพกว่า 20 ปีแล้ว เพื่อให้ได้ชัยชนะจากการแข่งขันซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของกีฬาอาชีพทุกชนิด แนวทางการฝึกซ้อม, การบำบัดรักษาอาการบาดเจ็บและอื่น ๆ ก็มีการพัฒนาไปจากเดิมหลายอย่าง โดยที่บางอย่างก็ปรับใช้จากสิ่งที่เคยฝึกมาแต่เดิม แต่ว่ามันมีอะไรบ้าง? มีสิ่งใดบ้าง ? และมีหลักการและแนวคิดอย่างไรบ้าง ? มาพิจารณาในรายละเอียดกัน


1. Tactical Periodization (การฝึกฝนให้หนักเกินกว่าสภาพจริงที่จะเจอในสนามแข่งขัน)

เป็นแนวคิดของ Dr. Alberto Mendez Villanueva นักวิทยาศาสตร์การกีฬาชาวสเปน ซึ่งแนวความคิดของเขาเป็นส่วนหนึ่งที่มีโค้ชระดับโลกหลายคน นำไปใช้ อาทิ Jose Mourinho, Andre Villas-Boas, Victor Pereira, Marco Silva, Brendan Rodgers, Mauricio Pellegrini ในกีฬาฟุตบอล และ Eddie Jones โค้ชรักบี้ทีมชาติอังกฤษ หลักการฝึกก็คือ การฝึกซ้อมให้หนักกว่าสภาพที่จะต้องเจอจริงในสนามแข่งขัน ซึ่งผลของการฝึกแบบนี้ก็มีผลออกได้สองอย่างคือ ร่างกายพัฒนาแข็งแกร่งขึ้น กับเกิดการบาดเจ็บจนไม่สามารถจะแข่งขันได้เลย ซึ่งถ้าจะเปรียบกับการฝึกซ้อมในอดีต ก็มีการซ้อมลักษณะนี้ เช่น ซ้อมให้หนักให้ร่างกายฟิตพอที่จะเล่นได้ 2 เกมส์ในคราวเดียว


2. Powerlifting (การยกน้ำหนักแบบ Dynamic)

การยกน้ำหนักเหมือนเป็นสิ่งจำเป็นคู่กันกับกีฬาอาชีพในสมัยนี้ แต่การยกไม่ใช่การยกให้กล้ามใหญ่ สวยงามชัดเจนแบบนักเพาะกาย หรือยกน้ำหนักไม่มากแต่เน้นจำนวนความถี่แบบนักกรีฑา กีฬารักบี้ต้องการทั้งความเร็ว, ความแข็งแกร่งและความทรหดอดทน ก็จะมีการยกอีกแบบ ซึ่งพัฒนาร่างกายให้เหมาะสมกับที่ต้องมี ทั้งการปล้ำ, การดัน, การชน, การปะทะและการใช้ความเร็ว แนวทางการยกจะเป็นการยกแบบที่ใช้น้ำหนักปานกลางยกให้ได้จำนวนครั้งมากที่สุดจนยกไม่ไหว พักไม่นานแล้วยกแบบเดิมอีก 4-5 รอบ ในระยะเวลาที่จำกัด ผลก็คือได้ทั้งความแข็งแกร่งและความอึดของร่างกาย


3. Gymnastic (ยิมนาสติก)

นักรักบี้ในปัจจุบันร่างกายใหญ่ขึ้นและน้ำหนักตัวโดยเฉลี่ยมากขึ้นเพราะอาหารและการฝึกแบบใหม่ น้ำหนักที่มากขึ้นก็มีทั้งข้อดีและข้อด้อย ข้อดีก็คือการชนที่แรงขึ้น, Scoring Power สูงขึ้น แต่ข้อด้อยก็คือการบาดเจ็บจากการล้ม, การถูกทับและการถูกกระแทก น้ำหนักที่มากก็ทำให้บาดเจ็บได้ง่ายทั้งกล้ามเนื้อ, กระดูก และข้อต่อต่างๆ กีฬายิมนาสติกที่เน้นความยืดหยุ่นและการถ่ายน้ำหนัก จึงถูกประยุกต์เข้ามาใช้ในกีฬารักบี้เพื่อลดความบาดเจ็บของผู้เล่น ในอดีตการฝึกกีฬารักบี้ก็มีการฝึกยืดหยุ่นผสมอยู่ไม่น้อย การม้วนหน้า การล้มถ่ายน้ำหนักเก็บข้อศอก, เก็บคองอเข่าและการพุ่งยุบข้อที่ฝึกตั้งแต่รุ่นเล็ก เหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของยิมนาสติก


4. Cryotherapy (การบำบัดด้วยความเย็นต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง)

ภายหลังการแข่งขันร่างกายของนักกีฬาจะเมื่อยล้า เพราะมีกรดแลคติกอยู่ในกล้ามเนื้อ การใช้ความเย็น เช่น แช่น้ำแข็ง ( Ice Bath ) จะทำให้ร่างกายฟื้นฟู ( Recovery ) โดยเร็ว แต่ก็ไม่พอสำหรับนักกีฬาอาชีพในปัจจุบันที่เป็นธุรกิจเต็มรูปแบบ ชัยชนะเป็นเป้าหมายและ Performance เป็นสิ่งสำคัญ ทำให้การฟื้นฟูร่างกายต้องทำให้เร็วที่สุดด้วย ปัจจุบันมีวิธีบำบัดฟื้นฟูร่างกายด้วยความเย็นกว่าจุดเยือกแข็ง (-160 C) ซึ่งเป็นวิธีโบราณที่ของประเทศแถบ Scandinavia ทีใช้รักษาโรคผิวหนัง แต่ผลค้างเคียงคือการไล่กรดแลคติกตามกล้ามเนื้อได้เร็วกว่าวิธีแช่น้ำแข็ง ผลคือลดระยะเวลาในการฟื้นฟูร่างกาย (มีการวิจัยว่าฟื้นฟูได้เร็วกว่าวิธีแช่น้ำแข็ง 5 เท่า) แต่ในทางการแพทย์ก็มีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า ระยะยาวหลังจากผู้เล่นเลิกเล่นอาจจะมีปัญหาที่เส้นเลือดอาจจะเปราะบางกว่าปกติ เพราะใช้วิธีเร่งขับกรดแลคติกที่ผิดธรรมชาติ


5. Greco-Roman Wresting (มวยปล้ำแบบกรีกและโรมัน)

มวยปล้ำแบบกรีกและโรมันที่มีประวัติการเล่นมากว่า 2000 ปี เป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่ถูกบรรจุในกีฬาโอลิมปิคยุคใหม่ตั้งแต่ครั้งแรก ( 1896 ) จนปัจจุบันด้วยลักษณะการเล่นรักบี้ที่ต้องมีการปล้ำแย่งลูก ความเร็วหรือความใหญ่ของกล้ามเนื้อใช่ว่าจะทำให้ชนะในแย่งการครอบครองลูก การบิด, การจับ, การแท็คเกิ้ลโดยถ่ายน้ำหนัก การเปลี่ยนแรงปะทะจากฝ่ายตรงข้าม เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเกือบตลอดเวลาในเกมส์ ซึ่งทักษะในการบิด, จับและปล้ำนั้น เป็นทักษะที่สามารถฝึกได้จากกีฬามวยปล้ำแบบกรีกและโรมัน, ยิวยิตสูและยูโด


6. Shockwave Therapy (การผ่อนคลายร่างกาย บำบัดอาการบาดเจ็บด้วยกระแสคลื่น)

หลังจากแข่งขันนอกจากความเมื่อยล้าแล้ว ความบอบช้ำจากการปะทะการชน ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องบำบัดให้หายโดยเร็ว การใช้กระแสคลื่นปล่อยมากระทบร่างกายในขนาดที่เหมาะสม ก็เป็นวิธีที่นิยมใช้มากในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะปล่อยผ่านน้ำโดยให้นักกีฬาแช่อยู่ในอ่าง กระแสคลื่นจะทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดในร่างกายไหลได้ดีขึ้น บรรเทาอาการช้ำที่ถูกกระแทกในเกมส์การแข่งขัน


ทั้งนี้ทั้งนั้น นี่เป็นเพียงแค่ 6 ส่วนจาก 12 แนวทางการออกกำลังกาย, การรักษาบำบัด, เทคโนโลยี และศาสตร์ต่าง ๆ ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับกีฬารักบี้ในปัจจุบัน อีก 6 ส่วนจะเป็นอะไรบ้าง สัปดาห์หน้าติดตามได้ใน RugbaholiX


Credit : Sam Rider / Rugby World Magazine Issue August 2018

Wikipedia


ขอบคุณรูปภาพ https://www.tvnz.co.nz

https://www.rugbyworld.com/

https://www.dailymail.co.uk/

https://www.ilovelimerick.ie/

https://rugbystrengthcoach.com/

https://www.rugbyworldcup.com/



21 views

© 2020 by ASGARD INFINITE CO.,LTD created with Thailand Rugby Union .com