"ครูสตูล" ผู้พลิกฟื้นทีมรักบี้ รร.นิคมวิทยา ระยอง



เมื่อราวๆ 20 ปีที่แล้ว โรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยอง ขึ้นชื่อเรื่องกีฬารักบี้เป็นอย่างมาก จน พ.อ.อ.เอกวิสุทธิ์ จิรกรไพศาล ศิษย์เก่าจากรั้วสถานศึกษาแห่งนี้ก้าวไปเป็นนักรักบี้ทีมชาติไทย และด้วยความเป็นนักรักบี้ได้ต่อยอดให้เขาเข้ารับราชการในสังกัดทหารหารอากาศ ซึ่งหลังจากนั้นทีมรักบี้โรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยอง ก็เงียบหายไปจากสารบบทิ้งไว้แต่คำว่าอดีต ทว่าปัจจุบันนี้ "ครูสตูล" อ.ปรัญชัย ไชยมนตรี ผู้มีไฟอันแน่วแน่ในการพัฒนาวงการรักบี้ไทยขันอาสากู้ชื่อทีมรักบี้โรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยอง ขึ้นมาอีกครา





1.ทิ้งลูกบาสหันหน้าจับลูกหนำเลี๊ยบ

"ครูสตูล" อ.ปรัญชัย ไชยมนตรี พื้นเพเป็นชาวจันทบุรี และเขาคือนักกีฬาบาสเกตบอลที่มีชื่อและฝีมือฉกาจจนสามารถติดทีมประจำจังหวัดลงแข่งรายการต่างๆ จนเมื่ออายุ 18 ย่าง 19 ปี ขึ้นสู่ชั้นอุดมศึกษา "ครูสตูล" ก็เอาวิชาบาสเกตบอลพร้อมดีกรีนักกีฬาเมืองจันท์เป็นใบเบิกทางเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒโดยมีความฝันว่าจะขอติดทีมมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้ได้ แต่ทว่าในยุคนั้นทีมบาสเกตบอล มศว. คือยอดทีมระดับมหาวิทยาลัยมีผู้เล่นชั้นนำระดับหัวกะทิของวงการรวมตัวอยู่คับคลั่ง ทำให้ "ครูสตูล" ที่เปรียบเสมือนนักกีฬาบ้านนอกแทบจะไม่มีที่ยืนในทีมนี้ สุดท้ายความฝันก็พังทลายลงไปเมื่อเขาไม่สามารถเบียดผู้เล่นเหล่านั้นได้

เขาผิดหวังและมืดแปดด้านอยู่พักใหญ่ จนในที่สุด "อ.ลำพอง ศรีรุ่ง" ก็หยิบยื่นลูกบอลทรงรีพร้อมชื่อกีฬารักบี้มาให้และชักชวนให้ไปลองเล่นดู "ผมรู้สึกท้อแท้เป็นอย่างมากเพราะผมตั้งความหวังไว้สูงกับการเป็นนักบาสของ มศว. พอผมคัดตัวไม่ติดทีมก็รู้สึกเคว้งมาก แต่ก็มีเพื่อนรูมเมทที่เป็นนักกีฬารักบี้ชวนให้ไปลองเล่นดู อาจจะเห็นหน่วยก้านผมตอนนั้นดูถึกบึกบึนมั้ง ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่มีทางเลือกเลยตัดสินใจว่า เอาว่ะ! ลองดูสักตั้งกับกีฬาใหม่ที่เราก็ไม่เคยได้ยินชื่อ"

อ.ปรัญชัย ไชยมนตรี เล่าต่อว่า "พอไปเล่นรักบี้แล้วรู้สึกได้ทันทีเลยว่าแม่งไม่เหมาะสำหรับเราว่ะ เพราะกติกาที่ค่อนข้างเข้าใจยากมีศัพท์เฉพาะทางเยอะ แต่ข้อดีที่ผมสัมผัสได้คือเล่นแล้วมันส์ เล่นแล้วได้ปลดปล่อยพลังในตัวได้อย่างเต็มที่ และสุดท้ายเล่นแล้วดูเท่ (ขำ) นอกจากนี้ยังได้รู้จักคำว่าพี่น้องที่แท้จริง เพราะสังคมรักบี้เป็นสังคมที่ทุกคนมีความเคารพต่อกัน พี่ดูแลน้อง น้องมีปัญหารุ่นพี่พร้อมช่วยเหลือเสมอ และนักรักบี้ที่ผมรักและเคารพ และยังเป็นเหมือนครูคนแรกที่สอนก็คือ ธุวชิต หิรัญญะสิริ และยังมี อ.ณรงค์ พลูเรือง โค้ชรักบี้มศว.ที่ค่อยประสิทธิ์ประสาทวิชาจนผมมีความเชี่ยวชาญในกีฬารักบี้ และเมื่อผมอยู่ปี 3 ก็ได้รับเกียรติให้เป็นประธานชมรมรักบี้ มศว."




2.รร.ฤทธิยะวรรณาลัยจุดประกายทำทีมรักบี้

เป็นธรรมดาเมื่อนักศึกษาที่อยู่ชั้นปีที่ 4 จะต้องหาสถานที่ฝึกงาน และ "ครูสตูล" เลือกที่จะเป็นครูฝึกสอนที่ ร.ร.ฤทธิยะวรรณาลัย แต่ด้วยความที่เป็นนักรักบี้ของ มศว.และมีชื่อเสียงพอดัว ทำให้บรรดาคณะครูอาจารย์ที่ รร.ฤทธิยะวรรณาลัย แนะนำให้ลองทำทีมรักบี้ โดย อ.ปรัญชัย เปิดใจว่า "ตอนนั้นก็รู้สึกแปลกใจนะว่าทำไมใครๆต่างก็ยุให้ผมทำทีมรักบี้ทั้งๆที่ผมก็ไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้เลย แต่ก็ดีนะเพราะเหมือนเป็นการจุดประกายความฝันเพื่อพัฒนาวงการรักบี้ แต่ผมก็ไม่ได้ลงมือทำทีมเพราะผมอายุยังน้อยและไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน แต่ก็ได้รับปากบรรดาครูอาจารย์ว่าถ้ามีโอกาสจะลองทำทีมรักบี้"




3.ชีวิตพลิกผันทิ้งวงการรักบี้ 4 ปี

ทั้งนี้ อ.ปรัญชัย ไชยมนตรี เมื่อสำเร็จการศึกษาก็ไม่ได้เดินตามทางตัวเองขีดเส้นไว้ นับวันๆเริ่มจะถอยห่างกับคำว่ารักบี้ไปทุกที เมื่อเขาได้เป็นครูที่วิทยาลัยสารพัดช่างตราด และทำทีมมวยจนสามารถคว้าแชมป์กีฬาอาชีวะ จากนั้นก็สอบติดครูที่โรงเรียนชุมชนบ้านหนองปรือพัทยา สอนเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งดูแล้วชีวิตของ "ครูสตูล" ก็เหมือนใช้ชีวิตไปวันๆ สอนหนังสือเด็กนักเรียนตามหน้าที่จนเวลาล่วงเลยเกือบ 4 ปี ที่เขาลืมวิชารักบี้ที่ติดตัวจาก มศว.

จนในที่สุดเหมือนฟ้ามีตาดลใจในเขาพาตัวเองที่เกือบจะหลงลืมกีฬาสุภาพบุรุษ ไปดู "รักบี้เทน" ที่พัทยา แน่นอนว่า "ครูสตูล" เหมือนโดนฟ้าผ่าลงกลางใจภาพวันวานที่แทบจะเลือนลางได้ปรากฏชัดขึ้นอีกครั้ง คำมั่นสัญญาต่างๆที่เคยให้ไว้ว่าจะทำทีมรักบี้ได้เด้งขึ้นมาในหัวอีกครา โดยครั้งนี้เขาทบทวนตัวเองและมองว่าเด็ก ป.2 ดูจะเล็กไปสำหรับการหัดรักบี้ ทำให้เขาเล็งเป้าหมายไว้ที่เด็กมัธยม ฉะนั้น "ครูสตูล" จึงสอบย้ายตัวเองมาเป็นครูที่โรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยอง เพื่อสร้างทีมรักบี้ให้กับโรงเรียนแห่งนี้ แต่สุดท้าย อ.ปรัญชัย ไชยมนตรี ก็ยังไม่ได้ทำทีมรักบี้อย่างที่เขาใฝ่ฝัน แต่เขาก็สร้างผลงานพาทีมตะกร้อของโรงเรียนได้แชมป์ระดับจังหวัด ได้อันดับ 3 ของภาค และเข้าไปแข่งกีฬาสพฐ.ระดับประเทศ นับว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว




4.ทีมรักบี้ รร.นิคมวิทยา จ.ระยอง ฟื้นคืนชีพ

อย่างที่เราจั่วหัวไปข้างต้นว่าในอดีตโรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยอง มีทีมรักบี้ และ 1 ในนักรักบี้ของโรงเรียนนี้คือ พ.อ.อ.เอกวิสุทธิ์ จิรกรไพศาล สามารถก้าวไปสู่ทีมชาติไทยและยังเอากีฬารักบี้เป็นใบเบิกทางต่อยอดในอาชีพรับราชการเป็นทหารอากาศ แต่ทว่า "ครูสตูล" นั้นไม่เคยรู้ประวัติศาสตร์นี้มาก่อน

โดย "ครูสตูล" ได้เล่าว่า "มีอยู่วันหนึ่งผมเดินเข้าไปคุยกับหัวหน้าหมวดว่าอยากทำทีมรักบี้ของโรงเรียน แต่ก็ได้รับเสียงคัดค้านจากบรรดาคณาจารย์ แต่ด้วยความมุ่งมั่นแล้วตั้งใจว่าจะต้องทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ก็ได้ ลุงสุธรรม บุญยะผลึก หรือที่ในวงการจะเรียนท่านว่า ปู่ท้าว ที่สละเวลาอันมีค่าเดินทางมาที่โรงเรียนและเจรจาพูดคุยกับ ดร.ดำรงค์ ศรีอร่าม ผู้อำนวยการโรงเรียน จน ผอ.อนุมัติให้ผมทำทีมรักบี้ แล้วผมก็เพิ่งรู้ตอนนั้นว่าที่โรงเรียนแห่งนี้เคยมีทีมรักบี้และก็นานมาแล้วเกือบ 20 ปี เมื่อเป็นแบบนี้ผมจึงตั้งใจว่าจะต้องฟื้นฟูกู้ชื่อเสียงกีฬารักบี้ของโรงเรียนนี้ให้กลับมาอีกครั้ง"




5.กัลยาณมิตรยื่นมือเข้าช่วย

หลังได้รับไฟเขียวจาก ผอ.โรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยอง ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากคณะครูอาจารย์ ซึ่ง "ครูสตูล" เริ่มก้าวแรกด้วยการเรียกนักกีฬาตะกร้อและนักกีฬาบาสเกตบอลมาเรียนรู้กีฬารักบี้โดยตัวเองเป็นคนสอนเองทั้งหมด ปรากฏว่าเด็กๆแทบจะทุกคนปฏิเสธที่จะเล่นรักบี้และยิ่งผู้ปกครองมาเห็นตัวอย่างการแข่งขันก็ยิ่งคิดในแง่ลบหมดเลย ทำให้ อ.ปรัญชัย ไชยมนตรี ที่ไฟกำลังลุกโชกโชนเหมือนโดนน้ำสาดอย่างจังแทบจะมอดไหม้ แต่โชคดีที่ "น.อ.สังวน มาพิจารณ์" คือบุคคลแรกที่ยื่นมือช่วยครูหนุ่มที่ไฟกำลังดับลงด้วยการเอาโครงการ Get Into Rugby มาเผยแพร่ที่โรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยอง จนทั้งเด็กๆและผู้ปกครองเปิดใจและยอมรับกีฬาชนิดนี้ อีกทั้ง น.อ.สังวน ยังสนับสนุนอุปกรณ์รักบี้มือสองของทีมราชนาวีมาให้เด็กๆที่โรงเรียนแห่งนี้ได้หัดเล่น นอกจากนี้ยังมี "ปิยะวุฒิ เยี่ยมสวัสดิ์" ที่เอาลูกรักบี้มาให้อีกด้วย




6.ไร้เงินทุนจึงต้องกู้เงินทำทีมรักบี้ด้วยตัวเอง

เส้นทางการทำทีมของโค้ชมือใหม่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลยเพราะไม่มีใครให้เงินทุนสนับสนุนจน "ครูสตูล" ต้องกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 200,000 บาท เพื่อใช้เป็นทุนในการสร้างทีม โดยมีใจความตอนหนึ่งที่เขาบอกว่า "ผมไม่โกรธนะที่จะไม่มีใครเข้ามาสนับสนุนเพราะผมเข้าใจว่าเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับโรงเรียนนี้ ซึ่งเด็กของผมทุกคนต่างก็มีความมุ่งมั่นฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก เงินที่กู้มาก็เอามาใช้เป็นค่าตัดชุดทีม ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และเด็กทุกคนในทีมก็มากินนอนเป็นแคมป์ฝึกสอนที่บ้านผม การไปแข่งขันแต่ละครั้งก็ยากลำบากด้วยรถเก๋ง 1 คันอัดนัดกีฬาเข้าไปถึง 7 คน (ขำ) พวกเราอยู่กันอย่างครอบครัวหลังซ้อมเสร็จก็ช่วยกันทำความสะอาดอุปกรณ์ ช่วยกันหุงหาอาหาร นอกจากนี้เวลาว่างจากการฝึกซ้อมเด็กๆก็ช่วยกันขายของเพื่อหาทุนมาสมทบผมจึงเปิดบัญชีให้กับทีม และที่น่าดีใจก็คือเหล่าบรรดาผู้ปกครองที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือดูแลเรื่องอาหารการกินตามกำลังทรัพย์แต่ละครอบครัว"




7.แข่งแมตช์แรกผลงานไม่ปังถูกบีบยุบทีม

สำหรับการแข่งขันปีแรกของทีมโรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยอง ผลงานไม่ค่อยสู้ดีนักเพราะแพ้อย่างหมดรูปทุกรายการ ทำให้สถานการณ์ของ "ครูสตูล" ถูกกดดันจากโรงเรียนว่าผลงานไม่ดีแถมเด็กเสียเวลาเรียนจนมีคำว่า "ยุบทีม" ดังขึ้น ทำให้โค้ชหนุ่มที่ใจรักในรักบี้ถึงกับน้ำตาไหลและเสียใจกับเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างมาก โดยเจ้าตัวเปิดใจว่า "ตอนนั้นผมยอมรับเลยว่าร้องไห้และรู้สึกว่าเหนื่อยมากเพราะไม่มีใครสนับสนุนทีมเลย มีแต่คนตั้งคำถามว่าทีมจะไปได้สักกี่น้ำ แต่ผมก็รู้อยู่แล้วแหละว่าทำทีมปีแรกจะเอาอะไรไปชนะทีมอื่นที่เขาเล่นมานาน ดูสภาพทีมเด็กทุกคนหัดเล่นกันยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ"

"แต่ที่นอกเหนือจากผลแข่งขันคือเราอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่ากีฬารักบี้มันสามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริงๆ เหมือนอย่างในอดีตที่ผมเคยได้รับโอกาสจาก อ.ลำพอง ศรีรุ่ง แล้วก็ได้รู้จักใครอีกหลายๆในสังคมเพราะกีฬารักบี้ ซึ่งกีฬาชนิดนี้มันให้อะไรที่มากกว่าผลการแข่งขันและผมก็พิสูจน์กับตัวเองมาแล้ว และผมก็อยากส่งมอบสิ่งดีๆเหล่านี้ให้ลูกศิษย์ แล้วตอนนี้ผมก็ภูมิใจมากที่นักรักบี้ของผมได้เข้าเรียนฟรีระดับอุดมศึกษาด้วยโควต้ากีฬารักบี้ เห็นไหมว่าสิ่งที่คนดูถูกมันได้สำริดผลกับอนาคตเด็กแล้ว"



8.กัดฟันสู้จนกลายเป็นทีมเต็งของภาค

เรียกได้ว่า "ครูสตูล" อ.ปรัญชัย ไชยมนตรี คือนักสู้ที่แท้จริง สู้ทั้งในสนามและนอกสนาม อีกทั้งยังสู้กับแรงกดดันจากคนไม่เห็นด้วยที่พยายามถาโถมเข้ามา แต่ก็ต้องขอบคุณเสียงกดดันเหล่านี้ที่เป็นแรงส่งให้ทีมรักบี้โรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยอง ที่เคยเป็นหมูสนามกลับกลายเป็นม้ามืดเพียง 2 ปีเท่านั้น ในการที่ทีมหญิงคว้าอันดับ 3 ของการคัดภาค ส่วนการแข่งขันของทหารอากาศยังคว้ารองแชมป์ ส่วนทีมชายได้อันดับ 3 ของรายนี้

พอเข้าสู่ปีที่ 3 วงการรักบี้ภาคตะวันออกเริ่มจับตามอง โรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยอง เมื่อทั้งทีมชายและทีมหญิงทำผลงานชิ้นโบว์ที่หลายคนต่างคาดไม่ถึงกับการที่ทีมหญิงคว้าแชมป์คัดภาคของกีฬานักเรียนนักศึกษาได้สิทธิ์เป็นตัวแทนเขตไปเล่นรอบสุดท้ายที่ จ.อุดรธานี เป็นเจ้าภาพ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้เป็นตัวแทน จ.ระยอง ซึ่งผลงานรอบประเทศก็ไม่ธรรมดาเพราะสามารถทะลุไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของประเทศ ส่วนทีมชายได้รองแชมป์ของภาค แต่แมตช์ที่ทำให้ทุกคนรู้จักโรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยอง ว่าเก่งกาจในกีฬารักบี้คือการที่ทีมหญิงคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 ศึกรักบี้ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยนั่นเอง




9.เดินหน้าต่อเนื่องเพื่อโอกาสที่ดีของเด็ก

"ครูสตูล" อ.ปรัญชัย ไชยมนตรี ได้กล่าวว่า "ตอนนี้ยังคงสร้างทีมต่อเนื่องและในปีนี้ก็เตรียมทีมเพื่อแข่งชิงแชมป์ประเทศไทยและหวังว่าจะทำผลงานให้ดีที่สุด และในปีนี้ต้องขอขอบคุณ พิษณุ จันทร์วังโปร่ง ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนทีมด้วยการให้รถ 6 ล้อ 1 คันเพื่อใช้เดินทางไปแข่งรักบี้ และผมมักจะพูดกับเด็กๆเสมอว่ากีฬารักบี้มันให้อะไรได้มากกว่ากีฬานะ แล้วเมื่อโตขึ้นก็จะรู้เองว่าสิ่งที่ครูพูดคือเรื่องจริง ดูอยากตำนานเราสิ พ.อ.อ.เอกวิสุทธิ์ จิรกรไพศาล ได้ทั้งชื่อเสียงและหน้าที่การงานที่มั่นคงจากการเป็นนักกีฬารักบี้" ขอขอบคุณ www.SIAMSPORT.com


© 2020 by ASGARD INFINITE CO.,LTD created with Thailand Rugby Union .com